Allergan Botox

โบท็อก Allergan คือ หนึ่งในยี่ห้อของสารโบทูลินิม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin a) ผลิตโดยบริษัทอัลเลอร์แกน (Allergan) ประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทยาที่มีชื่อเสียง มีผลิตภัณฑ์ชื่อดังหลายตัว เช่น ฟิลเลอร์(Filler) ยี่ห้อจูวิเดิร์ม (Juvederm) รวมไปถึงเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็นอย่าง coolsculpting

โบท็อกซ์ Allergan เป็นโบท็อก Original ครับ เพราะเป็นแบรนด์แรกที่คิดค้นสารโบทูลินั่มในการลดริ้วรอยครับ และยังเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับ FDA (อย.) ในการลดริ้วรอย

มีงานวิจัยรับรองยาวนานที่สุด กว่า 3,500 งานวิจัย(since 1989) รับรองถึงความปลอดภัย และผลลัพธ์หลังฉีด จึงเป็นยอมรับระดับโลก และถูกนำมาในคลินิกชั้นนำในไทยอย่างกว้างขวาง

ข้อดี ของโบท็อกซ์ Allergan

  1. มีความบริสุทธิ์มากถึง 99.5% โอกาสดื้อโบท็อกน้อย
  2. ยากระจายตัวแคบ ให้ผลการรักษาที่แม่นยำ
  3. มีอายุการใช้งานนานกว่าโบท็อกยี่ห้ออื่น ๆ
  4. เห็นผลเร็ว

ข้อเสีย ของโบท็อกซ์ Allergan

  1. ราคาสูงกว่าโบท็อกยี่ห้ออื่นๆ (สูงกว่าเกาหลีเท่าตัว)
  2. ในกรณีที่ต้องการฉีดโบท็อกอเมริกาไม่ถึง 50 ยู / 100 ยู ให้ระวังโบท็อกปลอมครับ
    วิธีดูโบท็อกซ์ allergan แท้
  3. เพื่อความมั่นใจว่าใช้โบท็อก Allergan ของแท้ หลังฉีดควรจะเก็บขวดและกล่องกลับบ้าน หรือถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อไว้ตรวจสอบว่าเป็นยาแท้จริง ๆ ครับ เพราะปัจจุบันหลาย ๆ คลินิกก็
  4. แกะกล่องให้ดูต่อหน้า แต่บางคลินิกที่เอาโบท็อกปลอมมาแกะให้ดูก็มีครับ สำหรับวิธีตรวจสอบโบท็อกแท้ยี่ห้อ Allergan มีดังนี้

วิธีดูโบท็อก Allergan 100 units ของแท้

  1. โบท็อกแท้ Allergan 100 units
  2. มีซีลใสๆ ป้องกันการเปิด
  3. มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย
  4. เลข Lot. ตรงกัน 2 จุด คือ
  5. เลข Lot. ที่กล่อง
  6. เลข Lot. ที่ขวด
  7. เป็นยาเคลือบที่ก้นขวด ไม่มีน้ำ ต้องใส่น้ำเกลือแล้วดูดยาออกมา

สามารถโทรเช็คเลข Lot. และคลินิก ได้ที่บริษัทจัดส่ง Allergan Thailand (DKSH) โทร. 02-640-4999 ต่อ 1

ข้อควรระวัง

ในกรณีที่ต้องการฉีดโบท็อกไม่ถึง 50ยู/100ยู หมอแนะนำให้หาเพื่อนมาแชร์ยูนิตให้ครบ 50ยู/100ยู จะดีกว่าครับ เพราะจะได้เปิดขวดใหม่ มั่นใจได้เป็นโบท็อกแท้ ที่มีคุณภาพ
เพราะมีหลายๆ คลินิกขายโบท็อกอเมริกา เป็นยูนิตถูก ๆ หรือบางคลินิกขายแพงแต่ใช้ โบท็อกเกาหลีธรรมดาใส่ขวด Allergan มาฉีดให้ ซึ่งก็ได้ผลใกล้เคียงกันครับ (ไม่ได้เปิดขวดใหม่) คนไข้จึงแยกไม่ออกครับ เพราะตึงเหมือนกัน ต่างกันที่ระยะเวลาและโอกาสในการดื้อยา